จากคนไม่รู้หนังสือ สู่ผู้นำชุมชน
เกษตรกรผู้พลิกชีวิตให้กับบ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์
แก้ไขปัญหาการทำนาแบบเดิมมาทั้งชีวิต

 

เรื่องราวข้าวจิ๊บอินทรีย์บ้านลิ่มทอง

 

 

 

ยิ่งทำนา ทำไมยิ่งจน?

 

แม้ว่าอาชีพเกษตรกรจะเป็นไขสันหลังของชาติ แต่ต้องยอมรับว่าเกษตรกรหลายชุมชน ยังเผชิญปัญหาการทำนาโดยขาดความรู้ที่เพียงพอ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาและหาคำตอบ จากการทำนาแบบเดิมมาทั้งชีวิตว่าทำไม “ยิ่งทำนายิ่งจน” น้าน้อย คุณสนิท ทิพย์นางรอง เกษตรกรจากชุมชนบ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์ ได้เริ่มต้นหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาให้ความรู้ และได้รู้จักกับคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม ซึ่งเข้ามาสอนถึงการพึ่งพาตนเองในการเรียนรู้ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนการทำนาที่ใช้สารเคมีมา เป็นการทำนาแบบอินทรีย์ จนเกิดเป็นแบรนด์ที่เข้มแข็งของชุมชน “ข้าวจิ๊บอินทรีย์บ้านลิ่มทอง”

 

 

ใช้ปัญญาสร้างคุณค่า

 

ด้วยความคิดว่าการให้ความรู้และพัฒนาคน ควรจะพัฒนาในสิ่งที่เขามีอยู่ มูลนิธิไทยคมจึง พาชุมชนบ้านลิ่มทองไปศึกษาเรื่องการคัดพันธุ์ข้าว การคัดแยกสายพันธุ์ วิธีเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้เคมี ปุ๋ย ยา เพื่อให้ได้ข้าวคุณภาพสูงและปลอดภัย จากนั้นสนับสนุนให้ชุมชนมีโรงสีเป็นของตัวเอง เพื่อดูแลพันธุ์ข้าวที่คัดมาให้ปราศจากสิ่งเจือปน ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ชุมชนได้พึ่งพาตัวเอง นอกจากนี้ยังสอนความรู้ด้านการทำบัญชีครัวเรือน ในคอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนการเงินอีกด้วย สิ่งที่มูลนิธิไทยคมได้ให้ น้าน้อยคิดว่าคือปัญญา คือความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในชุมชน และเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

 

 

 

ข้าวจิ๊บลิ่มทอง คุณค่าที่ไม่จิ๊บเหมือนชื่อ

 

ข้าวจิ๊บลิ่มทอง ข้าวกล้องอินทรีย์คัดพิเศษ 100% เป็นข้าวพื้นเมืองโบราณมีอายุมากกว่า 100 ปี ไม่ผ่านการตกแต่งทางพันธุกรรม มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคเหน็บชา โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และช่วยบำรุงระบบประสาท ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอนางรอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วอยู่ ดินจึงมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ข้าวจิ๊บทุกเมล็ดผ่านกระบวนการทำนาอย่างปราณีต จากการรวมกลุ่มปลูกข้าวอินทรีย์ และนักวิชาการระดับชำนาญการ ร่วมเป็นหุ้นส่วนทางความคิดผลิตและจำหน่ายร่วมกัน ดังคำขวัญของกลุ่มที่ว่า “เรารักตัวเรา เราก็รักท่านด้วย”

 

 

จากคนไม่รู้หนังสือ สู่ผู้นำชุมชน
เกษตรกรผู้พลิกชีวิตให้กับ
บ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์
แก้ไขปัญหาการทำนาแบบเดิม
มาทั้งชีวิต

 

เรื่องราวข้าวจิ๊บอินทรีย์
บ้านลิ่มทอง

 

 

 

ยิ่งทำนา ทำไมยิ่งจน?

 

แม้ว่าอาชีพเกษตรกรจะเป็นไขสันหลังของชาติ แต่ต้องยอมรับว่าเกษตรกรหลายชุมชน ยังเผชิญปัญหาการทำนาโดยขาดความรู้ที่เพียงพอ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาและหาคำตอบ จากการทำนาแบบเดิมมาทั้งชีวิตว่าทำไม “ยิ่งทำนายิ่งจน” น้าน้อย คุณสนิท ทิพย์นางรอง เกษตรกรจากชุมชนบ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์ ได้เริ่มต้นหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาให้ความรู้ และได้รู้จักกับคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม ซึ่งเข้ามาสอนถึงการพึ่งพาตนเองในการเรียนรู้ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนการทำนาที่ใช้สารเคมีมา เป็นการทำนาแบบอินทรีย์ จนเกิดเป็นแบรนด์ที่เข้มแข็งของชุมชน “ข้าวจิ๊บอินทรีย์บ้านลิ่มทอง”

 

 

ใช้ปัญญาสร้างคุณค่า

 

ด้วยความคิดว่าการให้ความรู้และพัฒนาคน ควรจะพัฒนาในสิ่งที่เขามีอยู่ มูลนิธิไทยคมจึง พาชุมชนบ้านลิ่มทองไปศึกษาเรื่องการคัดพันธุ์ข้าว การคัดแยกสายพันธุ์ วิธีเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้เคมี ปุ๋ย ยา เพื่อให้ได้ข้าวคุณภาพสูงและปลอดภัย จากนั้นสนับสนุนให้ชุมชนมีโรงสีเป็นของตัวเอง เพื่อดูแลพันธุ์ข้าวที่คัดมาให้ปราศจากสิ่งเจือปน ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ชุมชนได้พึ่งพาตัวเอง นอกจากนี้ยังสอนความรู้ด้านการทำบัญชีครัวเรือน ในคอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนการเงินอีกด้วย สิ่งที่มูลนิธิไทยคมได้ให้ น้าน้อยคิดว่าคือปัญญา คือความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในชุมชน และเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

 

 

 

ข้าวจิ๊บลิ่มทอง
คุณค่าที่ไม่จิ๊บเหมือนชื่อ

 

ข้าวจิ๊บลิ่มทอง ข้าวกล้องอินทรีย์คัดพิเศษ 100% เป็นข้าวพื้นเมืองโบราณมีอายุมากกว่า 100 ปี ไม่ผ่านการตกแต่งทางพันธุกรรม มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคเหน็บชา โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และช่วยบำรุงระบบประสาท ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอนางรอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วอยู่ ดินจึงมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ข้าวจิ๊บทุกเมล็ดผ่านกระบวนการทำนาอย่างปราณีต จากการรวมกลุ่มปลูกข้าวอินทรีย์ และนักวิชาการระดับชำนาญการ ร่วมเป็นหุ้นส่วนทางความคิดผลิตและจำหน่ายร่วมกัน ดังคำขวัญของกลุ่มที่ว่า “เรารักตัวเรา เราก็รักท่านด้วย”

 

OUR PROJECT